| ในปัจจุบันนี้ วงการการศึกษามีแนวโน้มที่จะใช้การสอนเชิงบูรณาการมากยิ่งขึ้นซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับคำยืนยันจากผลของงานวิจัยใหม่ๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ ตัวอย่างส่วนหนึ่งก็เช่น งานวิจัยสมองในเชิงพัฒนาการ ทฤษฎีการประมวลผลข้อมูล และความจำเป็นต่างๆ ที่ข้อมูลในปัจจุบันนี้เป็นตัวกำหนดขึ้น
มีข้อถกเถียงกันมากในเรื่องที่ว่าข้อเท็จจริง ข้อมูล และทักษะในวิชาต่างๆ ได้แบ่งความรู้ที่จะส่งต่อให้ผู้เรียนออกเป็นส่วนๆ ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ดูเหมือนว่าครูผู้สอนจะใช้วิธีการแบบดั้งเดิมในการสอน การใช้เพียงแค่ตำรา การสอบ รายงาน โครงงาน และทรัพยากรการเรียนเท่านั้นไม่สามารถทำให้นักเรียนเตรียมรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ได้
ในทางตรงกันข้าม การสอนเชิงบูรณาการนั้นอยู่เหนือเส้นแบ่งเขตของวิชาต่างๆ เพราะการสอนแบบนี้เป็นการผสมผสานวิชาต่างๆ เข้าด้วยกัน ครูผู้สอนนั้นเป็นผู้ทำให้กระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นมา ทำหน้าเสมือนสะพานที่เชื่อมต่อบทเรียนต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นวิธีที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า นั่นก็คือสามารถเข้าถึงนักเรียนเพื่อที่จะทำให้เกิดการรวบรวมและประมวลผลข้อมูล ตั้งสมมติฐาน และหาข้อสรุปที่เป็นไปได้ของปัญหาที่กำหนดนั้น ในทางกลับกัน ทักษะในทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้เรียนค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ สิ่งที่ควรจะสอนก็คือสิ่งที่มีความเกี่ยวข้อง มีความหมาย และมีประโยชน์เพื่อที่นักเรียนจะได้จำและนำไปใช้ได้ ความรู้นั้นจะไม่ถูกลืมไปง่ายๆ เพราะสามารถนำมาใช้ในประสบการณ์ในชีวิตประจำวันได้ สื่อการสอนสามารถหาได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่มีเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูล (ICT) และไม่จำกัดอยู่เพียงแค่หนังสือหรือประสบการณ์ ครูผู้สอนควรพิจารณาหาแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้หลายๆ ทางเพื่อที่จะได้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ซึ่งไม่ได้มาจากการใช้ ICT แต่เพียงอย่างเดียวแต่มาจากความสามารถของครูผู้สอนมากกว่า
มีโมเดลอยู่สองประเภทที่แสดงถึงการพึ่งพากันของคนในโลก
1. โมเดลการปฏิสัมพันธ์กับสังคม- ประกอบด้วย (ก) กระบวนการส่วนบุคคล กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง (ข) กระบวนการการปฏิสัมพันธ์
2. โมเดลการเรียนรู้ที่เกิดจากปัญหาซึ่งประกอบด้วยการตัดสินใจ/กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการคิดเชิงวิจารณ์ และกระบวนการวิจัย
1. คำสั่งเชิงเนื้อหา
ในสังคม คนเราเรียนรู้ภาษาและเนื้อหาไปพร้อมๆ กัน ครูผู้สอนก็ควรทำเช่นนั้นในห้องเรียนได้เช่นกัน
2. คำถามที่เฉพาะเจาะจง
เราใช้คำถามเพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ แต่เนื้อหาความรู้นั้นมักจะถูกลืมไปได้อย่างง่ายๆ ปัญหานี้อาจเกิดจากการท่องจำบทเรียนเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่เข้าใจเนื้อหาเลย นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักว่าเนื้อหาที่เรียนนั้นอาจสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ สามารถจัดโครงสร้างวิธีแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงที่เกี่ยวข้องกันในภาพรวมได้
3. ระดับความสามารถเชิงหมวดหมู่
โหมดนี้เป็นการเชื่อมโยงวิชาที่เกี่ยวเนื่องกันประมาณสามถึงสี่วิชาที่ถ่ายทอดวิธีการเรียนการสอนให้กันและกันได้ (“ความสามารถในเชิงหมวดหมู่”). และยังทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสาขาวิชาต่างๆ ในฟิลิปปินส์ เรามีความสามารถ MAKABAYAN ซึ่งรวบรวมสี่วิชาเข้าด้วยกัน นั่นก็คือ PEHM, THE, สังคมศาสตร์ และคุณค่าการศึกษา) โดยที่ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาในตัวบุคคล ความสามารถในการเข้าสังคม และทักษะในการทำงาน/ทักษะพิเศษอื่นๆ
4. การสอนอย่างมีแก่นเรื่อง
แก่นเรื่องจะเน้นที่กิจกรรมช่วยสอนในแต่ละบทเรียน แก่นเรื่องยังช่วยให้ผู้เรียนเห็นความเชื่อมโยงที่มีความหมายของขอบเขตในแต่ละวิชาหรือทักษะในแต่ละด้าน สิ่งนี้จะช่วยให้การเรียนรู้นั้นชี้แนะแนวทางในการปฏิบัติในชีวิตจริงได้
ไม่ว่าจะใช้โหมดใดในการสอนในห้องเรียน การรวบรวมวิทยาการ ICT เพื่อยกระดับการเรียนรู้ขึ้นไปอีกก้าวหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุด ในเรื่องพัฒนาการของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นด้านใด เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์นั้นเป็นวิธีที่นำไปใช้ได้จริงซึ่งสามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างสะดวกง่ายดายและน่าสนใจอีกด้วย
ในระยะยาว โมเดลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการสอนได้ดีที่สุดเมื่อการถ่ายทอดความรู้นั้นใช้ ICT เข้ามาช่วย
[ดาวน์โหลดเอกสารนี้ในรูปแบบไฟล]์
▶Florencio C.Aquino, Jr.
E-mail : junseth2002@yahoo.com
|